ภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับธุรกิจบริการ: หักกี่ % ยื่นเมื่อไหร่ | accu accounting
หน้าแรก / บทความ / ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
หัก ณ ที่จ่าย

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับธุรกิจบริการ
หักกี่ % ยื่นเมื่อไหร่

ธุรกิจบริการเจอเรื่องหัก ณ ที่จ่ายทั้งสองด้าน คือถูกลูกค้าหักและต้องหักจากคู่ค้าเอง
บทความนี้สรุปอัตราที่ใช้จริง ใครมีหน้าที่หัก กำหนดยื่น และวิธีใช้เครดิตภาษีที่ถูกหักไป

โดยทีม accu accounting·อ่าน 7 นาที·ปรับปรุงล่าสุด สิงหาคม 2026

สรุปสำหรับคนไม่มีเวลา

อัตราที่ใช้บ่อยที่สุดคือ ค่าบริการและค่าจ้างทำของ 3%
ผู้จ่ายเงินเป็นผู้มีหน้าที่หักและนำส่ง ไม่ใช่ผู้รับเงิน
ยื่น ภ.ง.ด.3 (จ่ายให้บุคคล) และ ภ.ง.ด.53 (จ่ายให้นิติบุคคล) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ภาษีที่ถูกหักไปไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่หายไป แต่นำมาเครดิตกับภาษีที่ต้องเสียปลายปีได้

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร และทำไมธุรกิจบริการเจอบ่อย

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นวิธีที่รัฐเก็บภาษีล่วงหน้าจากผู้มีรายได้ โดยให้ผู้จ่ายเงินหักภาษีส่วนหนึ่งไว้แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน ผู้รับเงินจะได้รับใบรับรองการหักภาษีไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปเครดิตในตอนยื่นภาษีประจำปี

ธุรกิจบริการเจอเรื่องนี้มากกว่าธุรกิจขายสินค้า เพราะการขายสินค้าทั่วไปไม่อยู่ในข่ายต้องหัก ณ ที่จ่าย แต่ค่าบริการเกือบทุกประเภทอยู่ในข่าย ธุรกิจบริการจึงมักถูกลูกค้านิติบุคคลหักภาษีทุกครั้งที่ได้รับเงิน และในเวลาเดียวกันก็ต้องหักภาษีเมื่อจ่ายค่าบริการให้ซัพพลายเออร์ของตัวเอง

อัตราหักที่ใช้บ่อยในธุรกิจบริการ

ประเภทเงินที่จ่าย อัตราหัก
ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าที่ปรึกษา3%
ค่าวิชาชีพอิสระ เช่น บัญชี กฎหมาย3%
ค่าโฆษณา2%
ค่าขนส่ง (ผู้ประกอบการขนส่งที่จดทะเบียน)1%
ค่าเช่าอาคาร สถานที่ อุปกรณ์5%
ค่าจ้างพนักงานประจำ (ยื่น ภ.ง.ด.1)อัตราก้าวหน้า

ฐานที่ใช้คำนวณคือมูลค่าบริการก่อน VAT ไม่ใช่ยอดรวมที่จ่าย

ตัวอย่างคำนวณ

บริษัทลูกค้าจ่ายค่าบริการออกแบบให้ผู้ให้บริการที่จด VAT มูลค่างาน 50,000 บาท

มูลค่าบริการ50,000.00
VAT 7%3,500.00
หัก ณ ที่จ่าย 3% (คิดจาก 50,000)−1,500.00
ยอดที่โอนจริง52,000.00

ผู้ให้บริการได้รับเงิน 52,000 บาท พร้อมใบรับรองการหักภาษี 1,500 บาท ซึ่งนำไปเครดิตกับภาษีที่ต้องเสียปลายปีได้เต็มจำนวน

ใครมีหน้าที่หัก และกำหนดยื่น

หน้าที่หักภาษีเป็นของผู้จ่ายเงิน โดยนิติบุคคลมีหน้าที่หักเมื่อจ่ายค่าบริการตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ส่วนบุคคลธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจไม่มีหน้าที่หัก

ภ.ง.ด.3 — จ่ายให้บุคคลธรรมดา

ใช้เมื่อจ่ายค่าบริการให้ฟรีแลนซ์ ผู้รับจ้างรายบุคคล หรือ KOL ที่ไม่ได้จดบริษัท

ภ.ง.ด.53 — จ่ายให้นิติบุคคล

ใช้เมื่อจ่ายค่าบริการให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน

กำหนดยื่นและนำส่ง

ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน การยื่นผ่านระบบ e-Filing มีการขยายกำหนดเวลาให้ ควรตรวจกำหนดของรอบนั้นก่อนยื่นทุกครั้ง

หากไม่ได้หักไว้ตอนจ่ายเงิน ผู้จ่ายยังคงมีหน้าที่นำส่งภาษีจำนวนนั้นเอง ในทางปฏิบัติจึงกลายเป็นต้นทุนของผู้จ่ายทั้งจำนวน พร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย

ใบหัก ณ ที่จ่ายที่ได้รับมา ต้องทำอะไรต่อ

ใบรับรองการหักภาษีที่ลูกค้าออกให้คือหลักฐานว่ามีการนำส่งภาษีในชื่อของเราไปแล้ว ต้องเก็บให้ครบทุกใบและกระทบยอดกับรายได้ที่บันทึกไว้ ปลายปีจำนวนรวมนี้จะนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระ

ธุรกิจบริการที่ถูกหัก 3% ทุกงานตลอดปี มักพบว่าภาษีที่ถูกหักไว้มากกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง กรณีนี้ขอคืนภาษีได้ แต่ต้องมีใบรับรองครบและตัวเลขรายได้ตรงกับที่ยื่นไว้ ใบที่หายไปแม้เพียงไม่กี่ใบก็ทำให้ยอดไม่ตรงและขอคืนได้ไม่เต็มจำนวน

คำถามที่พบบ่อย

จ่ายค่าบริการต่ำกว่า 1,000 บาท ต้องหักไหม

โดยทั่วไปไม่ต้องหัก แต่ถ้าเป็นสัญญาต่อเนื่องที่รวมทั้งสัญญาแล้วเกิน 1,000 บาท ต้องหักทุกครั้งที่จ่าย เช่น ค่าบริการรายเดือนที่มีสัญญาทั้งปี

จ่ายค่าโฆษณาให้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ต้องหักไหม

การจ่ายเงินให้ผู้รับในต่างประเทศมีกฎเกณฑ์แยกออกไป และขึ้นกับอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศนั้น กรณีนี้ควรตรวจสอบรายการเป็นรายกรณีก่อนจ่าย

ลูกค้าไม่ส่งใบหัก ณ ที่จ่ายให้ ทำอย่างไร

ผู้จ่ายมีหน้าที่ออกใบรับรองให้ผู้รับเงินทุกครั้งที่หัก ควรติดตามขอตั้งแต่เดือนที่รับเงิน ไม่ควรรอถึงปลายปี เพราะการตามย้อนหลังหลายเดือนมักได้ไม่ครบ

หักจากยอดรวม VAT หรือยอดก่อน VAT

คำนวณจากมูลค่าบริการก่อน VAT การหักจากยอดรวมทำให้นำส่งเกินและต้องแก้ไขแบบภายหลัง

ไม่มั่นใจว่าหักถูกอัตราหรือยื่นครบไหม

เราดูแลการออกใบหัก ณ ที่จ่ายและยื่น ภ.ง.ด.3/53 ให้ลูกค้าทุกเดือน
รวมอยู่ในแพ็กเกจรายเดือน ส่งรายการจ่ายมาให้ทีมงานตรวจได้ฟรี

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ กรุณาปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ